Blog

จีนยกระดับกดดัน “เอชแอนด์เอ็ม” จากกรณีซินเจียง

คำว่า “เอชแอนด์เอ็ม” ทั้งในภาษาอังกฤษและภาษาจีน หายไปจากอินเทอร์เน็ตในจีน สอดคล้องกับมาตรการกดดันของรัฐบาลปักกิ่ง ที่มีต่อแบรนด์แฟชั่นยักษ์ใหญ่ของสวีเดน จากกรณีการวิจารณ์สถานการณ์ในเขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์

สำนักข่าวต่างประเทศรานงานจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 27 มี.ค.ว่าเพียงไม่นานหลังแพลตฟอร์มอี-คอมเมิร์ซทุกแห่งในจีน พร้อมใจกันนำสินค้าทุกประเภทของบริษัทเอชแอนด์เอ็ม แบรนด์เครื่องแต่งกายจากสวีเดน ออกจากแพลตฟอร์ม คำว่าเอชแอนด์เอ็มทั้งในภาษาจีนและภาษาอังกฤษ หายไปจากระบบแผนที่ของอาลีบาบา ไป่ตู้ และตีตี ชูสิง ซึ่งเป็นบริการเรียกรถรับส่ง หมายความว่า การเข้าถึงทุกสิ่งในจีนที่เกี่ยวข้องกับเอชแอนด์เอ็มยากลำบากขึ้นโดยปริยาย
 
ขณะเดียวกัน สถานการณ์ที่เกิดขึ้นจะมีผลต่อรายได้ของเอชแอนด์เอ็มในจีนอย่างแน่นอน เนื่องจากประมาณ 1 ใน 5 ของลูกค้าเอชแอนด์เอ็มในแผ่นดินใหญ่ใช้บริการเลือกซื้อสินค้าออนไลน์ นอกจากนี้ แอพพลิเคชั่นของเอชแอนด์เอ็มยังหายไปจากแอพพลิเคชั่นสโตร์ และเพลย์สโตร์สำหรับการดาวน์โหลดเพื่อใช้งานในจีนแล้ว
 
แม้รัฐบาลปักกิ่งยังไม่เคยมีปฏิกิริยาอย่างเป็นทางการต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และยังไม่เคยเอ่ยชื่อของเอชแอนด์เอ็มอย่างเป็นทางการ แต่เป็นที่ทราบกันดีในสังคมจีน ว่าท่าทีของรัฐบาลกลางจะได้รับการตอบสนองจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องทันที โดยไม่จำเป็นต้องมีการบอกกล่าวออกสื่อ เห็นได้ชัดจากการที่บุคคลมีชื่อเสียงในวงการบันเทิงของจีนพร้อมใจกันออกมาเคลื่อนไหวต่อต้านเอชแอนด์เอ็มกันอย่างพร้อมเพรียง

อย่างไรก็ตาม มีการวิเคราะห์เช่นกันว่า มาตรการกดดันทางสังคมของจีนต่อผลิตภัณฑ์ของเอชแอนด์เอ็ม มีอะไรแอบแฝงมากไปกว่าการที่ผู้ประกอบการจากสวีเดนแห่งนี้เคยออกแถลงการณ์ “ไม่สนับสนุน” ฝ้ายจากเขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์ เนื่องจากมีการใช้แรงงานทาสหรือไม่
 
ย้อนกลับไปเมื่อปี 2558 นายกุ้ย หมินไห่ ชาวสวีเดนเชื้อสายฮ่องกง ซึ่งเป็นหนึ่งในหุ้นส่วนร้านขายหนังสือในย่านคอสเวย์เบย์ของฮ่องกง ที่เน้นจำหน่ายหนังสือมีเนื้อหาวิพากษ์เจ้าหน้าที่ระดับสูงของพรรคคอมมิวนิสต์จีน หายตัวในไทยเมื่อปี 2558 หลังจากนั้นปรากฏตัวในจีนเมื่อต้นปี 2559 เป็นการให้สัมภาษณ์กับสื่อของรัฐบาลปักกิ่ง หลังจากนั้นมีรายงานว่านายกุ้ยได้รับการปล่อยตัวเมื่อเดือน ต.ค. 2560
 
ทว่านายกุ้ยหายตัวไปอีกครั้งเมื่อเดือน ม.ค. 2561 ระหว่างเดินทางจากสวีเดนกลับไปยังจีน “ด้วยเหตุผลทางการแพทย์” โดยก่อนหายตัวครั้งล่าสุด นายกุ้ยออกมาให้สัมภาษณ์ ว่าเขาคือ “หมากตัวหนึ่ง” ของรัฐบาลสวีเดน และเป็นข่าวครั้งสุดท้ายเมื่อเดือน ก.พ.ปีที่แล้ว ว่าศาลจีนพิพากษาให้นายกุ้ยรับโทษจำคุก 10 ปี จากความผิดในข้อหา “จารกรรมข้อมูลให้กับรัฐบาลต่างชาติ”